[SF] YunJae ; นาง(มาร)ร้าย

posted on 02 Dec 2011 21:42 by devil-13am
.
`นาง(มาร)ร้าย
 

 

Name ; [SF] `นาง(มาร)ร้าย

Couple ; Yunho x Jaejoong

Author ; blackblue_demon13

Note ; มันมาแบบมึนๆ

 

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

 

 

เชอะ !

นึกหรอว่า คนอย่างคิมแจจุงจะแคร์ !

เชิญไปหาชะนีมาควงเถอะ เหอะ !

 

แจจุงเดินอย่างกระฟัดกระเฟียด เมื่อคิดถึงแฟนคนล่าสุดที่พึ่งคบกันมาไม่ถึงสองอาทิตย์บอกเลิก ด้วยเหตุผลที่ว่า ..

       คุณแรงเกินไป ผมทนคบกับคุณไม่ได้จริงๆ

อ่าว ก็แม่งเวลาคนส่วนใหญ่บอกเลิก ชอบพูดว่าดีเกินไปนี่หว่า ก็เลยออกนิสัยซะเต็มที่ จะไปรู้มั้ยละว่าชอบคนดี ! วันหลังก็ช่วยติดป้ายบอกไว้สิ จะได้รู้ เหอะ !

        แต่เอาเถอะ จนก็จนอย่างไอ้หมอนั่น อย่าคบกันนานเลย เดี๋ยวทำให้กลายเป็นหนี้สินไปซะเปล่า แล้วก็จะหาว่าคิมแจจุงเป็นนางร้ายอีก : (

        เชอะ !

        ไปช็อปหลุยส์แก้เครียดดีกว่า ฮิฮิ

 

เจ้าของรูปร่างเพรียวเดินไปตามร้านแบรนด์เนมต่างๆในห้างสุดหรู ซื้อกระเป๋าเสื้อผ้าไว้มากมาย โดยทิ้งไว้ที่ร้าน แล้วให้คนขับรถมาเอาไป

         โฮะๆ เกิดเป็นคิมแจจุงก็ดีแบบนี้แหละจ้ะ !

 

นึกไปยิ้มไปพลาง ทำให้ผู้ชายไฮโซหลายๆคนถึงต้องมองตามกันเป็นแถว เพราะรอยยิ้มสวยหวานที่ผู้หญิงยังต้องอาย แถมยังท่าทางเวลาเจอของถูกใจอีก มันทำให้ผู้ชายหลายๆคนละลายตายได้เลยนะ

 

“อุ้ย หลุยส์ วิคตอง ..” พูดจบแล้วยิ้มหวานออกมาทันที ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในร้านแบรนด์เนมสุดโปรดของตนทันที

พอเห็นใบหน้าลูกค้าประจำ ทำให้พนักงานในร้านแย่งไปกันไปต้อนรับทันที

 

“เอาใบนี้ อ่ะๆ แล้วก็ใบโน้น เอาใบนี้ด้วยๆ สวยจริงเลยนะ คอลเลกชั่นใหม่เนี่ย”

“ไม่ทราบว่าคุณคิม จะรับลิมิตเต็ดด้วยมั้ยครับ”

“ไม่พลาดอยู่แล้ว เอามาทั้งชุดเลย” หลังจากสั่งเสร็จ ก็เดินไปดูรอบๆร้านทันที ก่อนจะสะดุดกับกระเป๋าใบโตลูกสวย ที่เหมือนกับว่ามันตั้งรอให้เขาสอยมันไปซะจริงๆ

 

หมับ .

หมับ.

 

เมื่อคิมแจจุงจับ ผู้ชายอีกคนก็มาจับ และแน่นอนก็จะมีพนักงานสักคนในร้านพูดประโยคคลาสสิคนี้ขึ้นมา

 

“เออ ขอโทษนะครับ พอดีว่าใบนี้ ทางร้านของเราเหลือแค่ใบเดียวจริงๆครับ”

 

“ขอโทษนะครับ ผมหยิบก่อน” แจจุงหันไปคลี่ยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะดึงมา ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายก็ดึงไว้เหมือนกัน

“ขอโทษนะครับ คือพอดีว่าผมหยิบพร้อมกับคุณ” อีกฝ่ายก็ดึงกลับไปหาตัว

“เออ คือใจเย็นๆก่อนนะครับ อีกประมาณ 2-3 วัน ทางสาขาใหญ่ก็จะส่งใบใหม่ให้มาแล้ว ยังไงก็ ”

 

“ผมไม่รอ !” ทั้งสองฝ่ายพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะหันมาจ้องหน้ากันอีกครั้ง ..

 

 

 

.. ทุกคนคงคิดกันแบบนี้อยู่ใช่มั้ย ?

แต่ขอโทษนะ คนอย่างคิมแจจุงไม่มีวันเถียงกับคนให้เปลืองน้ำลายหรอกจ้ะ

ยิ่งไอ้แพทเทิร์นเดิมๆ เหมือนในละครแบบนี้นะ มันเชยไปแล้ว

คิมแจจุงไม่คิดจะเล่นเป็นนางเอกละครแย่งกระเป๋ากับพระเอกหรอกนะ โทษที : )

 

หมับ !

แจจุงรีบคว้ากระเป๋าตอนที่อีกฝ่ายเผลอมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบดิ่งไปที่เคานท์เตอร์จ่ายเงินทันที

 

“ผมเอาใบนี้ด้วย คิดเงินเลยครับ”

แจจุงที่ดิ่งมาจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางร้านได้แต่งงงวยอยู่อย่างนั้น กับทักษะการแย่งของแบบมีชั้นเชิงของคุณลูกค้าประจำ

แจจุงแอบปรายตาไปมองร่างสูงของคนที่พึ่งถูกเขาแย่งกระเป๋ามาเมื่อกี้ ก่อนจะพบว่าเขาคนนั้นเป็นคนที่มีหน้าที่หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

 

       แต่ขอโทษนะ สุดหล่อ

       พอดีคิมแจจุงนะเป็นพวก ‘เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียหลุยส์ให้ใครสักใบหรอกเว้ย!’

       ฉะนั้นฉะนี้ ก็อย่าโกรธกันเลยนะจ้ะ มายแฮนด์ซั่มบอย : )

 

แอบยิ้มให้สุดหล่อคนเมื่อกี้อีกครั้ง ก่อนจะเดินถือถุงหลุยส์ออกมาจากร้าน แล้วยื่นให้กับลุงคนขับรถ ที่วิ่งมาถึงร้านหลุยส์วิคตองอย่างพอดิบพอดี

“นี่ของที่เหลือนะครับ แล้วก็กลับไปก่อนได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเที่ยวกับจุนซูต่อ” ยื่นถุงให้คุณลุง แม้ว่าลุงแกจะไม่มีมือที่จะถือแล้วก็ตาม โดยยังทิ้งท้ายคำพูดไว้อีกว่า ..

 

“ถ้าเกิดกระเป๋าของผมแม้แต่ใบเดียวเป็นรอย ผมจะหักเงินเดือนลุง รอยละ 1 แสนวอนนะครับ”

.

.

.

 

 

 

“คิมแจจุง แกเข้าใจฉันมั้ย คือแบบแม่งงงงงงงงงงง ทำไมคนระดับดาวอย่างคิมจุนซู ถึงต้องโดนโล้นซ่า ผ่ากฎเทพอย่างปาร์คยูชอนมาจีบด้วยวะ ! แล้วพอมันมาจีบนะเว้ย ก็แบบ ไอด้อนท์อันเดอร์แสตนอ่ะ ว่าทำไมถึงไม่มีใครมาจีบกูเลยวะ !” ระบายอีกครั้ง ก่อนจะกระแทกแก้วเตกีล่าของตัวเองลบบนโต๊ะ

           

หลังจากที่คิมแจจุงได้ไปเดินฉายอยู่ที่ห้างสุดหรูกลางกรุงโซลจบ เขาก็ต้องออกมาพบกับเพื่อนรักอย่างคิมจุนซูที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยต้องมานั่งฟังมันบรรยายความซวยที่ต้องโดนโล้นซ่า(?)มาจีบ

 

“แกก็พูดเว่อร์ไป ปาร์คยูชอนก็ไม่ได้แย่อะไรชนาดนั้น อีกอย่างหมอนั้นไม่ได้โล้นนะเว้ย แค่เถิกเอง คบกับหมอนั้นก็ดีหรอก เวลานายหนาวใช่มั้ย หมอนั้นจะสะท้อนแสงจากหน้าผากมาให้นายอบอุ่นไง”

“ถ้าหมอนั้นสะท้อนนะ ฉันว่าไม่อบอุ่นหรอก แต่คงร้อนตายชัก” จุนซูว่าพลางกลอกตาตัวเองไปมา ก่อนจะไปสะดุดกับผู้ชายคนนึงที่นั่งนัวเนียอยู่กับสาวสวยหุ่นสะบึ้มสองคน

“อุ้ยตายยยยยยยยละ ! นั่นมันไอ้ปาร์คไม่ใช่หรอวะ ไหนมันบอกว่าจีบฉันแค่คนเดียวไง หนอย อย่าอยู่เลย !” ว่าจบก็ลุกขึ้นเดินจากโต๊ะไป หาปาร์คยูชอนทันที

 

      ไหนไม่บอกไม่ชอบ ? แล้วมาตามหึงหวงเขาทำไมล่ะวะ คิมจุนซู หึหึ

 

ขำเพื่อนตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบตาไปมองประตูร้านที่พึ่งมีผู้เปิดเข้ามาใหม่

 

       หืมม ผู้ชายที่ชื่อที่ห้างนี่นา

       มาดูชัดๆอีกทีแล้ว .. หล่อบัดซบจริงๆวะ : )

 

ผู้ชายคนนั้นยกยิ้มให้แจจุงเล็กน้อย ทำให้ร่างบางต้องยิ้มกลับไปอย่างไม่ได้ ก่อนเจ้าของร่างสูงนั้นจะเดินเข้ามานั่งอย่างถือวิสาสะ

“เออขอโทษนะครับ พอดีมีคนนั่งแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะดูจากลักษณะแล้ว เจ้าของที่นั่งคนเดิมคงไม่กลับมานั่งแล้วละครับ” ยิ้มตอบกลับมาบางๆ ก่อนจะหันไปมองทางโต๊ะของยูชอนที่จุนซูพึ่งเดินไป

ทำให้แจจุงที่หันไปมองตามถึงกับหน้าแดงวาบทันที ..

 

ก็จะไม่ให้หน้าแดงได้ยังไงล่ะ ก็เพื่อนสนิทเขากับไอ้โล้นซ่านั้นกำลังนัวเนียกันอยู่อย่างไม่อายฟ้าอายดินน่ะสิ !

 

        เห็นแจจุงแรงแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยเสียจูบให้ใครนะเว้ย !

        แล้วไอ้จุนซูมันแรงมาจากไหนวะ ถึงแทบจะมามะล็อกก็อกแก็กกันกลางผับเนี่ย

        คิมแจจุงโซเพลียจริงๆ !

 

แจจุงได้แต่ส่ายหัวให้กับเพื่อนตัวเองเบาๆ ก่อนจะมายิ้มให้กับร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

“ผมชองยุนโฮครับ”

“ผมคิมแจจุง” ตอบกลับไป พร้อมกับยกวิสกี้ขึ้นมาจิบ

 

ชองยุนโฮชองยุนโฮชองยุนโฮ~ หมอนี้เป็นถึงเจ้าของบริษัทส่งออกชื่อดังเลยนะเนี่ย ไม่สิไม่ใช่แค่ส่งออก แต่ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ผับบาร์ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ หมอนี้ก็จะแทบจะกุมไว้ทั้งหมด แถมหมอนี้ยังเป็นมาเฟียชื่อดังในวงการตลาดมืดด้วย เฮ้ออ ช่างเป็นคนที่เพอร์เฟ็คต์จริงๆ

แต่เดี๋ยวนะ .. มาเฟีย ...

 

          พรวดดดด !

วิสกี้ทั้งหมดที่อยู่ในปาก ถูกพ่นออกมาทันที เมื่อคิมแจจุงตระหนักได้แล้วว่า

 

กูไปแย่งกระเป๋ากับมาเฟียรึวะเนี่ย !

 

ชิบลอสแบบอะซาบ้ามากๆ !

เห้ย นี่แม่งตามมายิงกูป่ะเนี่ย !

 

คิดได้ดังนั้น คิมแจจุงผู้มีตีนและมือที่ไวยิ่งกว่าหมาและโจร รีบคว้ากระเป๋า Hermes คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของตน แล้วออกวิ่งทันที

ถ้าไม่มีเสียงซาวด์เอฟเฟ็กต์คลาสสิกอย่างเช่น หมับ มาหยุดเขาไว้ก่อน

 

     ทุกคนสวดลาให้คิมแจจุงด้วยนะครับ

     ถึงผมจะร้ายแค่ไหน แต่ผมก็รักทุกคนจริงๆนะ

     สมบัติของผมขอแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนนึงให้พ่อแม่ อีกส่วนแบ่งให้ป้าแม่บ้านและลุงคนขับรถอย่างเท่าๆกัน – ฝากบอกเขาด้วย ขอบคุณมากๆที่มาถือของให้ผม

      ส่วนกระเป๋าทั้งหลายยัดใส่โลง แล้วเผาไปพร้อมกับผมนะ ผมยังอยากใช้หลุยส์ที่พึ่งซื้อมา ถึงแม้ว่าตอนนั้นผมยังไม่แน่นอนว่าอยู่ที่สวรรค์หรือนรกก็เถอะ : (

 

      เอาล่ะ ชองยุนโฮ ผมพร้อมที่จะตายแล้ว

      ยิงผมได้เลย !

 

แจจุงหลังกลับมาตามแรงดึง ก่อนจะหลับตาแน่น

 

“นี่นาย หลับตาทำไมเนี่ย ? กลัวฉันหรอไง ถึงฉันจะเป็นมาเฟีย แต่ฉันไม่ยิงคนเรี่ยราดหรอกนะ ฮ่าๆ” ยุนโฮยิ้มออกมาอย่างขันๆ เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ทำไมเขาจะไม่รู้ละว่าคิมแจจุงกลัวเขาเพราะอะไร ?

แต่เพราะเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเบื้องหน้า ทำให้คนที่ยืนปิดตาปี๊เมื่อกี้ ลืมตาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“แล้วนายไม่ได้จะยิงฉันหรอ .. ที่ฉันไปแย่งกระเป๋านายนะ”

“ผมไม่ได้เด็กขนาดที่ว่า โดนคนแย่งกระเป๋าแล้วต้องมายิงหรอกนะครับแจจุง” ยังอุตส่าห์ยิ้มตอบมาให้ แต่ขอโทษใจความประโยคมันด่าคิมแจจุงว่า ‘เด็ก’ เต็มๆ !

แต่พอได้ยิน คำพูดของอีกฝ่ายที่ไม่ได้ถือโทษอะไร ทำให้แจจุงค่อยๆกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม โดยวางกระเป๋าสุดที่รักไว้บนตัก – ก็แบบเผื่อมีอะไรจะได้หนีทัน : (

 

ยุนโฮยิ้มบางๆกับอีกคนที่กลับไปนั่งที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะสอดตัวเตรียมเข้าไปนั่งด้วยทันที

แต่เนื่องจากเหตุขัดข้องอะไรบางอย่าง ทำให้ร่างสูงกระแทกโต๊ะอย่างแรง และเนื่องจากปฏิกิริยาเอฟเฟคชั่น ทำให้แก้วน้ำที่อยู่บนตะราดลงสู่ตักของคิมแจจุงทันที

.. และทุกคนจำได้มั้ย ว่าบนตักของคิมแจจุงมีอะไร ?

 

     กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ! (?)

     Hermes กู !

 

     จะมาเฟียก็ช่างแม่งละเว้ย !

     มาเฟียแม่งก็ตายเพราะกระเป๋าใบเดียวได้เหมือนกันแหละ !

 

คิมแจจุงคว้ากระเป๋าใบสวยของตนระดมทุบไปที่ร่างสูงที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเอฟเฟคชั่นนั้นทันที

ก็แบบว่าคิมแจจุงนะ มันพวกอุดมการณ์ – รักกระเป๋ายิ่งชีพ – นี่หว่า

แต่ยังไงก็ช่างเหอะ ชองยุนโฮ อย่าอยู่เลยมึง !

 

ฟาดฟาดฟาด ! ฟาดงวงฟาดงา ฟาดอะไรก็ได้ แต่ขอให้ได้ฟาด !

บังอาจทำร้ายกระเป๋าของฉัน อย่าอยู่นานกว่านี้เลย !

 

แต่ยังฟาดไปได้ไม่กี่ที (แค่มากกว่ายี่สิบครั้งเท่านั้นเอง) แขนเรียวบางก็ถูกคว้าจับไว้ทันที

“แรงก็เท่าแมวดิ้นตาย ยังคิดจะมาฟาดผมอีกนะ”

 

     ปากคอเราะร้าย ! แมวดิ้นบ้าบออะไรล่ะ ! คนอย่างคิมแจจุงต้องแรงแมวข่วนเว้ย !

           

“ไม่รู้ไม่สนเว้ย นายบังอาจทำกระเป๋าของฉันเปียกนายต้องชดใช้”

“ผมว่าคุณน่าจะห่วงรอยที่กระเป๋าของคุณมากกว่านะ ฟาดผมมาซะขนาดนี้” คำพูดของยุนโฮ ทำให้แจจุงถึงกับหยุดดิ้นทันที

.. ก่อนจะเริ่มดิ้นใหม่ด้วยความโมโหที่มากกว่าเดิม

 

“ไอ้บ้า ไอ้เวร ! อย่าอยู่ไปมากกว่านี้เลย ! แม่งเปียกน้ำไม่พอ นายยังบังอาจทำให้กระเป๋าฉันเป็นนอยอีก อย่าอยู่ไปมากกว่านี้เลยชองยุนโฮ !” ว่าจบก็กระชากแขนตัวเองออกมา แล้วระดมฟาดไปที่ยุนโฮอีกครั้ง

“นี่ ! ผมชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ ถ้าคุณยังฟาดผมอีก ผมจะให้คนมายิงคุณจริงๆแน่”

 

นิ้ง .

เรียบร้อยนิ่งสนิทประหนึ่งมายืนไว้อาลัย

 

ยุนโฮเสยผมตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะยืนมองไอ้ตัวแสบที่ตอนนี้ยืนมองเขานิ่งตาแป๋ว

ได้ข่าวก่อนหน้านี้ยังฟาดงวงฟาดงาซะหลังเขาแทบระบม

 

แต่ความจริงเขาก็ไม่ได้คิดจะฆ่าแจจุงจริงๆหรอก หน้าตาแบบนี้ถ้าฆ่าก็เสียดายแย่

อีกอย่างพึ่งเจอครั้งแรกนะเนี่ย ที่มีคนกล้ามาฟาดเขาเพราะกระเป๋าใบเดียว – ชอบจัง : )

 

“เดี๋ยวผมจะรับผิดชอบกระเป๋าคุณให้ละกัน ตามมาสิ” ว่าจบก็ลากคนตัวบางออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว โดยที่คนโดนลากก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร นอกจากเดินตามต้อยๆ

โธ่ ถ้ารู้ว่าจะว่าง่ายแบบนี้ ชองยุนโฮขู่จะฆ่าไปนานละ ..

 

ยัดร่างเล็กใส่ออดี้คันงามของตัวเอง ก่อนจะรีบบึ่งไปในทางที่ตัวเองคิดทันที

 

ช่วงนี้มิดไนท์เซลล์นี่นา ห้างน่าจะปิดสักตีสอง ตอนนี้พึ่งสี่ทุ่ม น่าจะทันนะ

 

“ขอโทษนะครับ คุณจะพาผมไปไหนหรอครับ ?”  โธ่ พอขู่ว่าจะฆ่าพูดเพราะเชียวนะ

“นี่ไม่ต้องพูดเพราะกับฉันหรอก ฉันไม่ฆ่านายหรอก”

“จริงหรอครับ”

“จริงสิ เลิกพูดเพราะได้แล้ว”

“งั้น .. ไอ้เวรชองยุนโฮแกอย่าอยู่เลย !”

“นี่ ฉันจะพานายไปห้างอยู่นะ ! ถ้านายฆ่าฉันตอนนี้นายจะอดไปห้างนะ” พูดขัดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าคิมแจจุงเตรียมยกกระเป๋าฟาดเขาอีกแล้ว และแน่นอนเมื่อได้ยินคำว่า ‘ไปห้าง’ คิมแจจุงก็กลับมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถที่น่ารักทันที

“นายจะจ่ายให้ฉันหมดเลยหรอ ?”

“อืม หมดหน้าตักเลย” แจจุงยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะหันหลังไปนั่งนิ่งๆ ส่วนยุนโฮก็นำสมาธิกลับไปจดจ่อในการขับรถทั้งหมด

.. แต่ยังไม่วายได้ยินคำว่า ‘เยส’ เบาๆ

 

     นี่เขาคงไม่ได้ตัดสินใจอะไรผิดไปใช่มั้ย ?

 

.

.

.

 

 

 

 

     นี่คงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขาตั้งแต่เกิดมาหลายล่ะ

     การพาแจจุงมาซื้อของเป็นการบ่อนทำลายธุรกิจอย่างดีที่สุดตั้งแต่เขาเคยพบเจอมาจริงๆ !

 

ตั้งแต่พวกเขาสองคนมาถึงห้าง คิมแจจุงก็เดินเข้าร้านนู่นออกร้านนี้ไม่มีหยุด จนยุนโฮที่เริ่มลองตีราคาดูเล่นๆ ประจักษ์ได้ว่า ราคามันเกินล้านวอนไปแล้ว ..

เช้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

“นี่ยุนโฮๆ นายว่าใบนี้สวยมั้ย ?” แจจุงที่สนิทกับเขาตั้งแต่ไม่รู้ หันมาเรียกให้หันไปดูความเหมาะสมของตนกับกระเป๋าอีกครั้ง

ซึ่งยุนโฮก็ไม่เข้าใจว่าจะถามไปทำไม เพราะต่อให้เขาบอกว่าไม่เหมาะ แจจุงก็ซื้ออยู่ดี !

 

 

“อ่ะ นั่นยุนโฮนี่นา” เสียงหวานของผู้หญิงที่ดังอยู่ไม่ไกล ทำให้ยุนโฮหันไปมองทันที

.. รวมถึงแจจุงด้วยเช่นกัน

 

“อ่าว โบมี คุณมาทำอะไรที่นี่หรอ ?”

“โบมีมาซื้อของนะคะ ยุนโฮมาทำอะไรหรอคระ”

“เอ่อ ผมมา”

 

พลั่ก

 

“ยุนโฮ กระเป๋าใบนี้เหมาะกับผมมั้ย” แจจุงที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน กระแทกเข้าที่ร่างเล็กของหญิงสาวอย่างแรง จนทำให้ร่างเล็กนั้นกระเด็นออกไป โดยที่ตัวเองก็ยืนอยู่ตรงนั้นแทนที

“หืมม ? อืม ใบนี้สวยมากเลยล่ะ เหมาะกับแจจุงดี” ปากพูดไปงั้น แต่ตอนนี้เขากำลังสนใจศึกระหว่าง ‘นางเอกและนางร้าย’ อย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ

 

นั่นไง นางเอกมาแล้ว หึๆ .

 

“ขอโทษนะคะ คุณไม่มองเห็นรึไง ว่าเมื่อกี้ฉันยืนอยู่ถึงได้มาชนเนี่ย” โบมีเดินเชิดหน้ามาว่าแจจุง แต่คนที่โดนว่ากลับแค่เอียงคออย่างงงงวยเท่านั้น

“เออยุนโฮ ป้าคนนี้เขาเป็นใครหรอ ?” แกล้งทำเป็นกระซิบ แต่เสียงน่ะ ดังไปจนคนที่ถูกเรียก ป้า ได้ยินชัดเต็มสองหูเลยล่ะ

“ขอโทษนะคะ ช่วยแก้ไขคำพูดของเธอด้วย ฉันน่ะอายุเท่ากับยุนโฮ ไม่ใช่ป้าอย่างที่เธอคิด !”

“อ่าวจริงหรอครับ ขอโทษทีนะครับ พอดีเห็นทำผมสีขาวนึกว่าเป็นหงอก แถมตีนกาเยอะมากๆเลยจริงๆ ผมเลยนึกว่าอายุสักห้าสิบ ..” ช่วงท้ายประโยคพูดเสียงค่อยๆ เหมือนสำนึก แต่รอยยิ้มที่ยังปรากฎบนใบหน้าสวย แสดงออกมาได้ว่าคิมแจจุงไม่มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว !

“ขอโทษนะคะ ช่วยกรุณาหยุดทำตัวแกล้งทำเป็นนางเอกได้แล้วค่ะ ! อย่ามาทำหน้าตาใสซื่อเลย น่าสมเพช ! ” คำพูดของหญิงสาว ทำให้แจจุงยิ้มออกมาอีกรอบ แต่แค่คราวนี้เป็นยิ้มเย็นๆที่ทำให้ใครหลายคนถึงกับหนาวยะเยือก !

“ขอโทษทีนะ พอดีว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่นิยาย ฉันเลยไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอก แล้วก็นะ ต่อให้มันจะเป็นนิยายจริงๆ ฉันก็ไม่คิดจะเป็นนางเอกหรอก ! พอดีฉันชอบเป็นนางร้ายมากกว่าน่ะ อ้ออีกอย่างขอพูดอะไรหน่อยละกัน ไม่ทราบว่าเธอจะพูดคำว่า ขอโทษนะคะ อีกกี่พันรอบหรอ ? ติดอ่างหรือย่างไรครับป้า !”

ว่าจบแจจุงก็สะบัดหน้าเชิดขึ้น ก่อนจะลากยุนโฮไปจ่ายเงินค่ากระเป๋า

 

แต่ก็ยังมิวายหันมาทิ้งคำพูดให้หญิงสาวได้เจ็บปวดอีกครั้ง

“ลืมบอกไป กรุณาหยุดทำตัวนางเอกสมัยใหม่เพื่อจะมาแรงแข่งกับฉันได้แล้ว เพราะฉันน่ะมันนางร้ายขั้นแอดวานซ์ ปรมาจารย์นางร้ายแล้วเข้าใจมั้ย ? ยุคนี้นะนางร้ายของโลกเว่ยครับป้า แล้วก็ขอแนะนำอีกอย่าง ช่วยกรุณาไปย้อมผมสีดำเถอะ ไม่อย่างนั้น ผมอาจจะเผลอเรียกคุณว่า ยาย ได้ !”

 

 

 

 

“ให้ตายเถอะ ทำไมฉันต้องมานั่งทำตัวเหมือนเป็นเมียนาย คอยมากันท่าชะนีอย่างพวกนั้นด้วยนะให้ตายสิ ! หงุดหงิดๆๆๆ” แจจุงเดินไปบ่นไป จนยุนโฮที่ยืนถืออยู่ข้างๆได้แต่อมยิ้ม

“แล้วอยากมาเป็นเมียจริงๆมั้ยล่ะ ?” คำถามที่ทำให้แจจุงถึงกับเลิกคิ้ว

 

อืมม เป็นแฟนกับชองยุนโฮหรอ ? ก็ดีเหมือนกันนะ หล่อก็หล่อ รวยก็รวย ซื้อทีก็สบาย แถมมีบอดี้การ์ดคอยถือถุงข้าวของด้วย

.. แต่ก็นะ ร้ายระดับปรมาจารย์อย่างเขาใครจะทนได้ ?

 

“นายทนฉันไม่ได้หรอก ไม่ต้องถึงขั้นเมีย ขั้นแฟนนายก็ทนฉันไม่ได้ ดูได้จากแฟนที่พึ่งเลิกกันไป คบได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ เลิก บอกว่าฉันแรงไป” แจจุงกลอกตาอย่างเซ็งจัด เมื่อนึกเหตุผลที่โดนบอกเลิก

“หึหึ นี่คุณรู้อะไรมั้ย ว่าพระเอกเรื่องนี้ชอบนางร้าย ..”

“…”

“ผมพูดได้เลยว่าคุณน่ะมันร้ายแบบตัวแม่เลยด้วยซ้ำ เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยเจอใครร้ายขนาด ทั้งช็อปเก่ง ด่าแหลก แรงช้า รักกระเป๋ามากกว่าชีวิต”

“…” นี่กูกำลังโดนมันหลอกด่าใช่มั้ยวะ ?

 

“หึ แต่ .. ถ้าจะลองคบหน่อยก็ไม่น่าจะเป็นอะไรไม่ใช่หรอ ?”

 

คำพูดของยุนโฮ ทำให้แจจุงต้องเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มเหมือนว่ากำลังคิดอยู่ทันที

ก็เดี๋ยวหมอนี้ก็รู้พอดีสิว่า ยิ้ม น่ะ !

 

“ฉันน่ะร้ายนะ”

“ทราบครับ ดูจากเหตุการณ์เมื่อกี้”

“ถ้าฉันมีแฟน ฉันรักกระเป๋ามากกว่านายแน่นอน”

“ผมรู้อยู่แล้วล่ะ ดูจากที่คุณฟาดผมน่ะนะ”

“…”

“แล้วสรุปคุณจะคบกับผมมั้ย ?”

“…”

“…”

“หึๆ ก็ได้ ถ้านายมั่นใจว่าทนนิสัยนางร้ายของฉันได้ !”

 

 

 

“หึๆ อย่างนายนะ ไม่ใช่นางร้ายหรอก แต่เป็น นางมารร้ายต่างหาก”

“… :’< ”

 

“หึๆ ให้ตายเถอะ น่ารักจริงๆ นางมารร้ายของผม ♥”

“ ♥~ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

หึหึ ก็บอกแล้วไงว่า

‘ยุคนี้น่ะนางมารร้ายครองเว้ย !’

 

 

 

 

 

 

 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มันมายังไม่รู้ ..
รู้แต่ว่า มันจบแล้ว 55555555
มันเป็นการแต่งฟิคที่แปบเดียวมากๆจริง 555
เพราะแจจุงช่างเหวี่ยงได้เหมือนไรท์เตอร์มาก :3
 
คือความจริงแล้วประเด็นมันอยู่ตรงนี้ --> http://135bm-shop.exteen.com/
ร้านของเราเองเอวรี่บอดี้ ฮิฮิ  ขายผ้าเชียร์ดงบังและเอสเจ นะคะ
ใครสนใจ กดลิ้งค์เลยจ้า :)
ใครทรัพย์ไม่พอ ก็ฝากโปรโมทด้วยเน้อ 55
 
แล้วก้อกยาถามว่า อยากมีภาคต่อของเรื่องนี้มั้ยคะ ?
อย่างที่เกริ่นไป น้องจจของเรายังไม่มีจูบแรก
 
'อยากรู้มั้ยว่าจูบแรกของนางมารร้ายจะเป็นอย่างไร : )'
 
คือพล็อตในหัว จบแล้ว 5555
แต่แค่ยังไม่พิมพ์เฉยๆ :3
 
ยังไงก็เม้นท์บอกบ้างน้า ~
 
แล้วก็อย่าลืมล่ะ ! ---> http://135bm-shop.exteen.com/
แวะไปดูกันบ้างอะไรบ้าง , ฝากโปรโมทบ้างไรงี้ 55555
 
ติดต่อไรท์เตอร์ : @xzbp_